ทริปเดียวครบ บ้านอีต่อง สังขละบุรี 2 วัน 1 คืน #4,500 บาท/ท่าน
N JOY SMILE

Du 02/03/2018 22h00 au 04/03/2018 22h00

Fuseau horaire : Bangkok (GMT+07:00)

N JOY SMILE
นวลจันทร์ 24
10230 Bangkok
Thailand
ค่าใช้จ่ายเพียง 4,500 บาท/ท่าน
เดินทาง : 02-04 มีนาคม 2561
อัตราค่าบริการนี้รวม :
1. ค่า รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ พร้อมน้ำมันและคนขับ
2. ค่าอาหาร 5 มื้อ พร้อมเครื่องดื่มและของว่าง
3. ค่าที่พัก 1 คืน (รีสอร์ท/แอร์ ห้องละ 2-3 ท่าน ห้องน้ำในตัว)
4. ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
5. ค่าบริการนำเที่ยวพร้อมมัคคุเทศก์ตลอดการเดินทาง
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินประกัน ท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของบริษัทประกันชีวิต
---
วันแรก กรุงเทพฯ – จ.กาญจนบุรี
22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ปั๊ม ปตท. วิภาวดี ตรงข้าม ม.หอการค้า โดยมีทีมงานบริการในเรื่องกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นออกเดินทางด้วย รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี

วันสอง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ–บ้านอีต่อง–ชมทะเลหมอกที่เนินช้างศึก/เนินเสาธง ไทย พม่า-เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น-ชิมเค้กอร่อยที่เหมืองสมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น-อิ่มอร่อยกับเมนูปูทะเล สดๆ บนเขา (มีเฉพาะบางช่วง ต้องสั่งล่วงหน้า)

05.00 น. อรุณสวัสดิ์ ณ บ้านอีต่อง อิสระทำภารกิจส่วนตัว แล้วเดินทางสำรวจความสวยงามยามเช้า สัมผัสอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา "บ้านอีต่อง" ในอดีตเคยเป็นแหล่งทำเหมืองแร่ หรือที่รู้จักกันในนาม "เหมืองปิล็อก" แม้ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้ปิดตัวแล้ว แต่ บ้านปิล็อก ที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์น่าค้นหา มีเอกลักษณ์ ตรงที่ความเงียบสงบ วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ความงามของสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางแวะเวียนมาเยือน

07.00 น. บริการอาหารเช้า (1) ณ ร้านอาหาร หลังอาหาร แบ่งสัมภาระเตรียมขึ้นเขา รับอาหารกลางวัน (ข้าวห่อ) สำหรับทานระหว่างทาง เรียบร้อยแล้วอิสระเก็บภาพที่ระลึก ระหว่างรอเจ้าหน้าที่นำทาง

08.00 น. นำท่านเดินทางด้วยรถ 4X4 เที่ยวชมทะเลหมอกที่เนินช้างศึก ฐานปฏิบัติการช้างศึก ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 135 หากเรามองจากจุดนี้จะเห็นบรรยกาศโดยรอบหมู่บ้านอีต่อง รวมไปถึงที่พักต่างๆ ของบ้านอีต่องด้วย สนุกสนานกับการเล่นน้ำที่ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น สมควรแก่เวลาพาท่าน ชิมเค้กอร่อยที่เหมืองสมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น พาท่านย้อนอดีต ปิล๊อก ไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่ในพื้นที่ตำบลปิล๊อกไปขายให้ ทหารอังกฤษ คำเล่าลือนี้ทำให้ กรมทรัพยากรธรณีสมัยนั้นนำคณะนายช่างมาสำรวจ แล้วพบว่าพื้นที่แถบนี้ี่มีแร่ดีบุก และวุลแฟรมอยู่มากมาย ทั้งยังมีแร่อื่นอีกมากมายอยู่ปะปนกัน คือ แร่ทังสะเตน และยังมีสายแร่ทองคำ ปะปนอยู่กับสายแร่ดีบุกต่อมา ปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ ได้เปิด “เหมืองปิล๊อก” ขึ้นเป็น แห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก จากการเปิดเหมืองในครั้งนั้นได้เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับกรรมกรพม่า เพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ ไปขายให้อังกฤษ แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน จึงเกิดการปะทะกันทำให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก ในอดีตชาวบ้านเรียกว่า "เหมืองผีหลอก" ต่อมาเพี้ยนเป็น "ปิล๊อก" ซึ่งกลายเป็นชื่อ เหมืองแร่และตำบลในเวลาต่อมา หลังจากนั้นได้มีเหมืองแร่อื่นๆ ทยอยเปิดอีกมากมาย ราว 50-60 เหมือง โดยผู้คนพากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลายในพื้นที่แถบนี้แบบเหมารวมว่า “เหมืองปิล๊อก” ดินแดนแห่งนี้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของบรรดานายเหมืองทั้งหลาย เหมืองแร่จึง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชุมชนโดยรอบเป็นอย่างมากเนื่องเป็นเวลาหลาย 10 ปี จากนั้นเดินทางไปยัง เนินเสาธง ไทย-พม่า เป็นพื้นที่ยอดเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า โดยที่ทางการทหารไทย ได้จัดตั้งเสาธงพร้อมติดธงชาติไทยขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่นี้เป็นจุดพรมแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศสหภาพพม่า ทางการทหารไทยจึงได้ให้ชื่อพื้นที่แห่งนี้ว่า “เนินเสาธง”

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน (2) ณ ร้านอาหารในหมู่บ้านอีต่อง ด้วยหลากหลายเมนูจากปูทะเลสดๆ บนเขา (ถ้าช่วงไหนไม่ได้ปูทะเล จะจัดเมนูท้องถิ่นให้ค่ะ) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ อ.สังขละบุรี

16.00 น. เดินทางถึง อ.สังขละบุรี นำท่านเดินทางสู่ วัดวังวิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตมะ) ไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยัง เจดีย์พุทธคยา เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ชม และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เพื่อเป็นของฝากของที่ระลึก

16.30 น. นำท่านเข้าที่พัก Check in ณ รีสอร์ทริมน้ำแสนสวย อิสระพักผ่อน และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำตามอัธยาศัย พักที่ สวนแมกไม้ รีสอร์ท หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

17.00 น. แดดร่มลมเย็น นำท่านล่องเรือชมโบสถ์ และหอระฆังของเมืองบาดาล (โบสถ์จมน้ำ) ซึ่งท่านสามารถสัมผัสได้ถึงความเจริญรุ่งเรือง และความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้น และต้องถูกทิ้งล้างให้จมน้ำมากว่ายี่สิบปี เก็บภาพความประทับใจพอสมควรแล้วนั่งเรือกลับ เพื่อเดินทางไปที่สะพานมอญ (สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) ให้ท่านชิมกาแฟสดของคนเมืองกาญฯ และบันทึกความทรงจำด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน ณ.จุดต่างๆ ตามต้องการ หลังจากนั้นรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย

18.00 น. บริการอาหารเย็น (3) ณ ร้านอาหารของรีสอร์ทที่พัก ท่ามกลางความสวยงามยามราตรีของชุมชนชาวมอญ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย สมควรแก่เวลาเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย (ช่วงที่มีตลาดพื้นเมืองสังขละบุรี จะพาคณะไปเที่ยวชมค่ะ)

วันที่สาม ด่านเจดีย์สามองค์–วัดเสาร้อยต้น-เจดีย์ทอง-ตลาดพญาตองซู-สะพานข้ามแม่น้ำแคว–วัดถ้ำเสือ–กรุงเทพฯ

06.30 น. อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้า ทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว นำท่านไปร่วมทำบุญใส่บาตร กับชาวบ้านชาวมอญ เสร็จแล้วพาท่านเดินเที่ยวชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ แบบฉบับชาวมอญ อิสระเก็บภาพตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับที่พัก

07.30 น. รับประทานอาหารเช้า (4) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ทที่พัก หลังอาหารเก็บสัมภาระ พร้อม Check out เพื่อนำท่านเดินทางไปยัง ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทย-พม่า ดำเนินการเรื่องเอกสารผ่านแดน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ประเทศพม่า นำท่านสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธไม่ควรพลาด ณ วัดเสาร้อยต้น ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณ 5 กม. ในเขตประเทศพม่า เป็นวัดเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะ ท่านเคยมาจำพรรษาและสร้างไว้ โดยจุดเด่นของสถาปัตยกรรมอยู่เสาที่ทำจากไม้แดง นับร้อยต้น ทำให้วัดมีชื่อเสียง วัดมีทั้งหมด 3 ชั้น และชั้นบนสุดนั้นห้ามผู้หญิงขึ้น บริเวณด้านหลังวัด มีพระพุทธรูปประทับบนดอกบัว พร้อมพระอรหันต์จำนวน 120 รูป ที่ตั้งแถวทอดยาวไปยังภูเขา โดยทางเจ้าอาวาสวัดเสาร้อย ตั้งใจจะสร้างพระพุทธรูปให้ครบ 500 รูป จากนั้นนำท่านชม วัดเจดีย์ทอง หรือวัดทองคำ ตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่ห่างจากวัดเสาร้อยต้น สามารถขับรถขึ้นไปถึงบริเวณเจดีย์ได้ องค์เจดีย์มีขนาดไม่ใหญ่มาก สีทองอร่าม ฐานทรงเหลี่ยม ด้านบนทรงระฆัง รูปทรงคล้ายกับเจดีย์ชเวดากอง รอบองค์เจดีย์มีซุ้มประดิษฐานพระพม่า จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองพญาตองซู และฝั่งไทย ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นที่ระลึกตามจุดต่างๆ พอสมควร สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางต่อไปยัง ตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดน ที่มีสินค้าของพม่าจำหน่าย ให้เวลาช้อปปิ้งตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ

13.00 น. บริการอาหารกลางวัน (5) ณ ร้านอาหาร อ.ทองผาภูมิ หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ ตัวเมืองกาญจนบุรี

16.00 น. เดินทางถึง ตัวเมืองกาญจนบุรี นำท่านเที่ยวชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อิสระช้อปปิ้งของฝาก อาทิ อัญมณีที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี คือ ไพลินและนิล หาซื้อได้ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีสินค้าจากพม่าจำพวกเครื่องประดับ เครื่องแก้ว พลอยสี ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ฯลฯ สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางไปยัง วัดถ้ำเสือ เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ และชมความใหญ่โตกว้างขวางของวัด พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ เมื่อเดินทางมาถึงด้านบนก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็น ทุ่งนา เขียวขจี สวยงามน่าประทับใจ

18.00 น. เดินทางกลับ กรุงเทพฯ ถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 2 ทุ่มโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

---
**หมายเหตุ :โปรแกรมและราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางบริษัทจะถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
Source: www.facebook.com