ทริปเดียวครบ บ้านอีต่อง สังขละบุรี 3 วัน 2 คืน #6,900 บาท/ท่าน
N JOY SMILE

Du 20/10/2017 22h00 au 23/10/2017 20h00
Du 29/12/2017 22h00 au 01/01/2018 00h00

Fuseau horaire : Bangkok (GMT+07:00)

N JOY SMILE
นวลจันทร์ 24
10230 Bangkok
Thailand
ค่าใช้จ่ายเพียง 6,900 บาท/ท่าน
เดินทาง :
20-23 ตุลาคม 2560
29 ธ.ค.2560-01 ม.ค. 2561
อัตราค่าบริการนี้รวม :
1. ค่า รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ พร้อมน้ำมันและคนขับ
2. ค่าอาหาร 8 มื้อ พร้อมเครื่องดื่มและของว่าง
3. ค่าที่พัก 2 คืน (โฮมสเตย์/พัดลม+รีสอร์ท/แอร์ ห้องละ 2-3 ท่าน ห้องน้ำในตัว)
4. ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
5. ค่าบริการนำเที่ยวพร้อมมัคคุเทศก์ตลอดการเดินทาง
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินประกัน ท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของบริษัทประกันชีวิต
---
เที่ยวบ้านอีต่อง ชมเหมืองแร่ปิล๊อก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เยือนสะพานมอญ สะพานมอญ จ.กาญจนบุรี 3 วัน 2 คืน
"น้ำพุร้อนหินดาด ตลาดอีต่อง โบอ่องเจดีย์ ราชินีปูไทย
เพลินใจแควน้อย เกินร้อยภูผา งามสุดตาเขื่อนวชิราลงกรณ์"
ชมธรรมชาติ 360 องศา สัมผัสอากาศหนาวเย็นตลอดปี @ บ้านอีต่อง
เยือน ดินแดนแห่งขุมทรัพย์ กับเรื่องราวในอดีตมากมาย @ “เหมืองปิล๊อก”
เดินทางไปตลอดทั้งปี เพราะที่แห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่การเดินป่า (เขาช้างเผือก)

---
รายละเอียดการเดินทาง :
วันแรก กรุงเทพฯ – จ.กาญจนบุรี
22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ปั๊ม ปตท. วิภาวดี ตรงข้าม ม.หอการค้า โดยมีทีมงานบริการในเรื่องกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นออกเดินทางด้วย รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี

วันสอง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – บ้านอีต่อง – ชมทะเลหมอกที่เนินช้างศึก/เนินกูดดอย/เนินช้างเผือก/เนินเสาธง ไทย พม่า - เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น - ชิมเค้กอร่อยที่เหมืองสมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น
05.00 น. เดินทางถึง บ้านอีต่อง พักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงกันบนรถ "บ้านอีต่อง" ในอดีตเคยเป็นแหล่งทำเหมืองแร่ หรือที่รู้จักกันในนาม "เหมืองปิล็อก" แม้ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้ปิดตัวแล้ว แต่ บ้านปิล็อก ที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์น่าค้นหา มีเอกลักษณ์ ตรงที่ความเงียบสงบ วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ความงามของสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางแวะเวียนมาเยือน อิสระทำภารกิจส่วนตัว แล้วเดินทางสำรวจความสวยงามยามเช้า สัมผัสอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา

06.00 น. นำท่านเดินทางด้วยรถ 4X4 เที่ยวชมทะเลหมอกที่เนินช้างศึก ฐานปฏิบัติการช้างศึก ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 135 หากเรามองจากจุดนี้จะเห็นบรรยกาศโดยรอบหมู่บ้านอีต่อง รวมไปถึงที่พักต่างๆ ของบ้านอีต่องด้วย เป็นจุดวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศนเทือกเขา สลับซับซ้อน ของอำเภอทองผาภูมิและยังสามารถมองเห็น สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ นอกจากนี้ยังเป็น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง เนินช้างเผือก จุดชมวิวจุดนี้ สามารถมองเห็นเขาช้างเผือก ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของ อช.ทองผาภูมิ มีนักนักท่องเที่ยวที่รักการเดินป่าและผจญภัยขึ้นไปพิชิตความสวยงามและยิ่งใหญ่ของที่นี่กันทุกปี เนินเสาธง ไทย-พม่า เป็นพื้นที่ยอดเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า โดยที่ทางการทหารไทย ได้จัดตั้งเสาธงพร้อมติดธงชาติไทยขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่นี้เป็นจุดพรมแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศสหภาพพม่า ทางการทหารไทยจึงได้ให้ชื่อพื้นที่แห่งนี้ว่า “เนินเสาธง” จากนั้นนำท่านไปยัง ช่องมิตรภาพชายแดน ไทย-พม่า คือ แนวท่อก๊าซจากอ่าวมะตะมะในประเทศพม่า ผ่านมาทางบ้านอีต่อง อ.ทองผาภูมิ ประเทศไทย มีจุดพักท่อ ฝั่งไทย และฝั่งพม่า ผ่านมาตามแนวสันเขาผ่านช่องแคบ ช่องนี้ ปัจจุบันที่นี่ไม่ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวข้ามไปยังฝั่งประเทศพม่า ด่านมิตรภาพจะมีทหารไทย และทหารพม่าคอยดูแลพื้นที่ในการเข้าออกอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปในพม่า แค่สุดเขตประเทศไทยไม่เกินป้อมที่ฝั่งพม่า นักท่องเที่ยวสามารถชมแนวเขา และพื้นที่บริเวณรอบๆ

07.30 น. บริการอาหารเช้า (1) ณ ร้านอาหาร หลังอาหาร อิสระเก็บภาพที่ระลึก ชมวิถีชีวิตของชุมชนเล็ก เมืองในม่านหมอก ตามอัธยาศัย

08.30 น. พาท่าน ชิมเค้กอร่อยที่ เหมืองสมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น พาท่านย้อนอดีต ปิล๊อก ไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่ในพื้นที่ตำบลปิล๊อกไปขายให้ ทหารอังกฤษ คำเล่าลือนี้ทำให้ กรมทรัพยากรธรณีสมัยนั้นนำคณะนายช่างมาสำรวจ แล้วพบว่าพื้นที่แถบนี้ี่มีแร่ดีบุก และวุลแฟรมอยู่มากมาย ทั้งยังมีแร่อื่นอีกมากมายอยู่ปะปนกัน คือ แร่ทังสะเตน และยังมีสายแร่ทองคำ ปะปนอยู่กับสายแร่ดีบุกต่อมา ปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ ได้เปิด “เหมืองปิล๊อก” ขึ้นเป็น แห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก จากการเปิดเหมืองในครั้งนั้นได้เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับกรรมกรพม่า เพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ ไปขายให้อังกฤษ แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน จึงเกิดการปะทะกันทำให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก ในอดีตชาวบ้านเรียกว่า "เหมืองผีหลอก" ต่อมาเพี้ยนเป็น "ปิล๊อก" ซึ่งกลายเป็นชื่อ เหมืองแร่และตำบลในเวลาต่อมา หลังจากนั้นได้มีเหมืองแร่อื่นๆ ทยอยเปิดอีกมากมาย ราว 50-60 เหมือง โดยผู้คนพากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลายในพื้นที่แถบนี้แบบเหมารวมว่า “เหมืองปิล๊อก” ดินแดนแห่งนี้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของบรรดานายเหมืองทั้งหลาย เหมืองแร่จึง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชุมชนโดยรอบเป็นอย่างมากเนื่องเป็นเวลาหลาย 10 ปี

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน (2) ณ ร้านอาหารในหมู่บ้านอีต่อง หลังอาหารนำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก เก็บสัมภาระ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
บ่าย สนุกสนานกับการเล่นน้ำที่ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

16.00 น. แดดร่ม ลมดี นำท่านเดินเที่ยวชมรอบหมู่บ้านอีต่อง พร้อมจุดชมวิว 360 องศา อิสระเก็บภาพความประทับใจ และดื่มด่ำกับอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติให้เต็มที่ สมควรแก่เวลาเดินทางกลับที่พัก

18.00 น. บริการอาหารค่ำ (3) ณ ร้านอาหาร ด้วยหลากหลายเมนูจากปูทะเลสดๆ บนเขา (ถ้าช่วงไหนไม่ได้ปูทะเล จะจัดเมนูท้องถิ่นให้ค่ะ) พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความประทับใจให้ได้สรวลเสเฮฮากันเต็มที่ จากนั้นแยกย้ายเข้าที่พัก ณ บ้านอีต่องโฮมสเตย์ พักผ่อนตามอัธยาศัย ท่ามกลางความหนาวเย็น......ราตรีสวัสดิ์

วันที่สาม บ้านอีต่อง-สังขละบุรี–ด่านเจดีย์สามองค์–วัดเสาร้อยต้น-เจดีย์ทอง-ตลาดพญาตองซู-วัดวังวิเวการาม-เจดีย์พุทธคยา-โบสถ์จมน้ำ (เมืองบาดาล)–สะพานมอญ
06.30 น. ตื่นเช้ารับอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางอากาศเย็น พร้อมสายหมอกไหลเอื่อยๆ นั่งรอคอยแสงตะวันจับขอบฟ้า เก็บภาพความประทับใจ ตามอัธยาศัย
07.30 น. รับประทานอาหารเช้า (4) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารอิสระพักผ่อน เก็บภาพที่ระลึก ช้อปปิ้งของฝากจากร้านค้าที่เปิดบริการมากมาย หรือใครจะส่งโปสการ์ดเพื่อน หรือตัวเองก็เก๋ดีไม่น้อย จากนั้นเก็บสัมภาระ พร้อมออกเดินทาง อำลา บ้านอีต่อง เดินทางกลับสู่ อ.สังขละบุรี
11.00 น. บริการอาหารกลางวัน (5) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำท่านออกเดินทางต่อไปยัง อ.สังขละบุรี
13.30 น. เดินทางถึง อ.สังขละบุรี นำท่านเดินทางสู่ ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทย-พม่า ดำเนินการเรื่องเอกสารผ่านแดน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ประเทศพม่า นำท่านสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธไม่ควรพลาด ณ วัดเสาร้อยต้น ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณ 5 กม. ในเขตประเทศพม่า เป็นวัดเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะ ท่านเคยมาจำพรรษาและสร้างไว้ โดยจุดเด่นของสถาปัตยกรรมอยู่เสาที่ทำจากไม้แดง นับร้อยต้น ทำให้วัดมีชื่อเสียง วัดมีทั้งหมด 3 ชั้น และชั้นบนสุดนั้นห้ามผู้หญิงขึ้น บริเวณด้านหลังวัด มีพระพุทธรูปประทับบนดอกบัว พร้อมพระอรหันต์จำนวน 120 รูป ที่ตั้งแถวทอดยาวไปยังภูเขา โดยทางเจ้าอาวาสวัดเสาร้อย ตั้งใจจะสร้างพระพุทธรูปให้ครบ 500 รูป จากนั้นนำท่านชม วัดเจดีย์ทอง หรือวัดทองคำ ตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่ห่างจากวัดเสาร้อยต้น สามารถขับรถขึ้นไปถึงบริเวณเจดีย์ได้ องค์เจดีย์มีขนาดไม่ใหญ่มาก สีทองอร่าม ฐานทรงเหลี่ยม ด้านบนทรงระฆัง รูปทรงคล้ายกับเจดีย์ชเวดากอง รอบองค์เจดีย์มีซุ้มประดิษฐานพระพม่า จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองพญาตองซู และฝั่งไทย ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นที่ระลึกตามจุดต่างๆ พอสมควร สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางต่อไปยัง ตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดน ที่มีสินค้าของพม่าจำหน่าย ให้เวลาช้อปปิ้งตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปยัง วัดวังวิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตมะ) ไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยัง เจดีย์พุทธคยา เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ชม และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เพื่อเป็นของฝากของที่ระลึก

16.00 น. นำท่านเข้าที่พัก Check in ณ รีสอร์ทริมน้ำแสนสวย อิสระพักผ่อน และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำตามอัธยาศัย พักที่ สวนแมกไม้ รีสอร์ท หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

16.30 น. แดดร่มลมเย็น นำท่านล่องเรือชมโบสถ์ และหอระฆังของเมืองบาดาล (โบสถ์จมน้ำ) ซึ่งท่านสามารถสัมผัสได้ถึงความเจริญรุ่งเรือง และความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้น และต้องถูกทิ้งล้างให้จมน้ำมากว่ายี่สิบปี เก็บภาพความประทับใจพอสมควรแล้วนั่งเรือกลับ เพื่อเดินทางไปที่สะพานมอญ (สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) ให้ท่านชิมกาแฟสดของคนเมืองกาญฯ และบันทึกความทรงจำด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน ณ.จุดต่างๆ ตามต้องการ หลังจากนั้นรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย

18.30 น. บริการอาหารเย็น (6) ณ ร้านอาหาร ท่ามกลางความสวยงามยามราตรีของชุมชนชาวมอญ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย สมควรแก่เวลาเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่ สังขละบุรี-สะพานข้ามแม่น้ำแคว–วัดถ้ำเสือ–กรุงเทพฯ
05.30 น. อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้า ทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว นำท่านไปร่วมทำบุญใส่บาตร กับชาวบ้านชาวมอญ เสร็จแล้วพาท่านเดินเที่ยวชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ แบบฉบับชาวมอญ อิสระเก็บภาพตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับที่พัก

08.30 น. รับประทานอาหารเช้า (7) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ทที่พัก หลังอาหารเก็บสัมภาระ พร้อม Check out เพื่อนำท่านเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองกาญจนบุรี

12.30 น. บริการอาหารกลางวัน (8) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ ตัวเมืองกาญจนบุรี

14.30 น. เดินทางถึง ตัวเมืองกาญจนบุรี นำท่านเที่ยวชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อิสระช้อปปิ้งของฝาก อาทิ อัญมณีที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี คือ ไพลินและนิล หาซื้อได้ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีสินค้าจากพม่าจำพวกเครื่องประดับ เครื่องแก้ว พลอยสี ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ฯลฯ สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางไปยัง วัดถ้ำเสือ เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ และชมความใหญ่โตกว้างขวางของวัด พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ เมื่อเดินทางมาถึงด้านบนก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็น ทุ่งนา เขียวขจี สวยงามน่าประทับใจ

17.30 น. เดินทางกลับ กรุงเทพฯ ถึง กรุงเทพฯ ประมาณ 2 ทุ่มโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
---
**หมายเหตุ :โปรแกรมและราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางบริษัทจะถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
Source: www.facebook.com